![]() |
|
ฮ า น อ ย บ ก 2011-12-04 01:57:49 ปกติเคยได้ยินแต่ฮาลองบกใช่มะ? 55555555555 วันนี้มาเล่าวิธีการเดินทางไปฮานอยทางบกให้ฟังค่ะ ก๊อบมาจากโน้ตเฟซบุคของตัวเองนี่แหละ ----------------------------- สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน
ดิฉันเพิ่งเดินทางไปเวียดนามทางรถมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เนื่องจากข้อมูลที่มีในอินเตอร์เนทก่อนเดินทางมีน้อยมากและไม่ค่อยอัพเดท ดิฉันจึงสาบานกับตัวเองไว้ว่า ถ้ารอดมาได้จะมาบอกเล่ารายละเอียดให้ฟังเป็นวิทยาทาน เล่นบทสวยมาก 5555555 เริ่มเลยแล้วกัน
ต้องชี้แจงก่อนว่าจริงๆ แล้วเส้นทางไปเวียดนามทางบกมีสองทาง คือ ออกที่หนองคาย (- เวียงจันทน์ - ฮานอย) กับออกที่มุกดาหาร (- สวันนะเขต - เว้) สายหนองคายว่ากันว่าใช้เที่ยวเวียดนามเหนือ ส่วนสายมุกดาฯ ใช้เที่ยวเวียดนามกลางและใต้ แต่เอาจริงๆ ไปทางไหนแม่งก็เที่ยวได้หมดนั่นแหละค่ะ ว่ามะ? 55555555
เอาเป็นว่าดิฉันเดินทางออกจากไทยที่หนองคายนะคะ
ในส่วนของไทย.. อันนี้คิดว่าคงไม่ต้องอธิบายมากเพราะเดินทางในประเทศไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอันใด มีหลากวิธีให้ท่านเลือก เอาเป็นว่ามาถึงอำเภอเมืองหนองคายให้ได้ก็แล้วกันค่ะ
เมื่อมาถึงแล้ว วิธีข้ามไปลาวมีสองแบบค่ะ คือ หนึ่ง) ขึ้นรถที่บขส.ตรงเชิงสะพานมิตรภาพ ราคา 20 บาท รถชนิดนี้จะพาไปเราผ่านตม.ไทย > ข้ามแม่น้ำโขง > เข้าตม.ลาว จากนั้นเราเลิกกันค่ะ!
หรือสอง) นั่งรถจากบขส.หนองคาย (ในเมือง) รถชนิดนี้จะไปส่งเราถึงบขส.ลาวในเมืองเลย ราคา 60 บาทเห็นจะได้ ในรถจะมีบัสโฮสเตสด้วยสวยๆ ยืนแสยะยิ้มให้เราอย่างไม่เต็มใจ ใช้เวลาจากหนองคายถึงเวียงจันทน์ประมาณหนึ่งชม.เห็นจะได้ (ไม่ไกลแต่เต่า + ผ่านตม.)
ด้วยความโง่ ดิฉันข้ามไปแบบแรกค่ะ -w-
ในส่วนของลาว.. เมื่อผ่านตม.ลาวแล้วก็ถึงกับงงเพราะต้องหารถเข้าเวียงจันทน์เอง แต่ก็รอดมาได้ (เย้) ทางรอดคือเดินออกมาให้ไกลทางออกที่สุดค่ะ เพราะอะไรนั้นหรือ? เพราะยิ่งใกล้ประตูยิ่งแพงค่ะ 555555555555 เดินออกมาไม่ต้องถึงกับออกนอกตัวด่านหรอกนะคะ สัก 20 เมตรก็พอ ทางขวาจะมีรถสองแถวไปตลาดเช้า (=บขส.ลาว) เจรจาเล็กน้อยก่อนกระโจนขึ้นรถด้วยราคา 20 บาท
ถึงตลาดเช้าแล้วทำอย่างไร? ก็ต้องนั่งรถต่อค่ะ 555555555 เพราะว่าอะไร? เพราะว่าสถานีรถที่จะไปเวียดนามคือสถานีสายใต้ (อันนี้มันในเมือง) ไม่ว่าจะข้ามฝากมาแบบไหนต่างก็ต้องมีจุดจบแบบนี้ทั้งนั้น ฉะนั้นไม่ต้องกลัวน้อยหน้าเพื่อนค่ะ เราต้องนั่งรถเมล์จากตลาดเช้าไปสถานีสายใต้อีกหน่อยด้วยราคา 3,000 กีบ จ่ายเงินไทยก็ได้ค่ะ ที่นี่ใช้เงินบาทได้แทบทุกที่เลย (เฉพาะแบงก์นะคะ เหรียญเขาไม่รับ มันแลกไม่ได้) ถ้าจ่ายค่ารถด้วยเงินไทยก็จะได้มาในราคา 20 บาท (แพงกว่า) เพราะฉะนั้นจ่ายเงินกีบดีกว่า 55555
เมื่อถึงสายใต้ก็ถึงจริงๆ แล้วคราวนี้ ซื้อตั๋ว sleeping bus เวียงจันทน์ - ฮานอยได้ที่นี่เลยค่ะ ราคา 220,000 กีบ = 850 บาท = 25 ดอลลาร์ (ต่อเที่ยว) ราคางงๆ แมะ? 55555555 จ่ายเป็นเงินอะไรก็ได้ เราก็โอเคๆ กีบแล้วกัน ได้จับเงินแสนเชียวนะนั่น รถออกหนึ่งทุ่ม แต่ตอนเราไปมันออกก่อนเวลา (อ้าว) คือเราไม่ได้ตกรถนะออกตัวก่อน 555555 เราไปถึงคนสุดท้ายเลย (แต่ไม่สายนะะ!) พอครบปั๊บเขาก็ออกเลย เออ ดีแฮะ..
รถคันนี้ใช้เวลาเดินทาง 24 ชม. นั่นหมายความว่าออกทุ่มนึงก็ถึงทุ่มนึง.. !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เตรียมตัวหาอะไรทำกันเอาเองนะคะ แต่ดีหน่อยที่รถมันค่อนข้างนอนสบาย (เกือบราบลงไปกับพื้น) สภาพรถคล้ายๆ รถทัวร์บ้านเราน่ะแหละค่ะ ไม่หรูไม่แย่ อ้อ! แล้วก็อย่าฝันจะได้นั่งรถอย่างในรูปนะคะ ทั้งไปทั้งกลับดิฉันเฝ้าใฝ่ฝันถึงเตียงสองชั้น สามแถว เบาะสีเบจ แยกจากกัน ไฟสว่าง แต่สิ่งที่ได้เจอทั้งสองเที่ยวคือเตียงชั้นเดียว (ยกสูง ข้างล่างเก็บกระเป๋ากับรองเท้าที่ยัดใส่ถุงก๊อบแก๊บ) สองแถว เบาะติดกันเป็นคู่ มีทางเดินตรงกลาง (=แถวนึงสี่เบาะ) ไม่ได้แปลว่าแย่นะ แค่ไม่สวยอย่างที่คิด แต่ก็เอาเถอะ เอาอะไรมากมาย นั่งแค่ 24 ชม.เอ๊งงงง (กระซิก) แต่เรื่องที่ไม่มีห้องน้ำในรถนี่จริงนะ 55555555 หนุ่มเวียดเวลาเขาปวดฉี่กันก็จะไปครางหงิงๆ ที่คนขับ เมื่อได้ยุทธศาสตร์เหมาะสมประตูก็จะดีดตัวออก บรรดาชายฉกรรจ์ก็จะกระเหี้ยนกระหือรือกันลงไปฉี่ สาวๆ ก็ได้แต่มองที่ไม่สามารถเขียนชื่อตัวเองบนผืนทรายริมทางได้ ตามนั้น หมายเหตุ รถคันนี้เป็นภัยต่อบุคคลที่มาพร้อมความสูงเกิน 180 ซม.
ข่าวดีคือจริงๆ แล้วรถมันไม่ได้วิ่งตลอด 24 ชม.หรอกค่ะ เราจะไปถึงด่านน้ำพาวชายแดนลาว - เวียดนามตอนประมาณตีสามเบาๆ รถจะจอดรอที่นั่นพร้อมรถทัวร์คันอื่นๆ อีกมากมายเพื่อรอด่านเปิดตอนเจ็ดโมงเช้า สิ่งที่แนะนำคือขวดน้ำและแปรงสีฟัน นอกนั้นก็เครื่องประทินความงามตามรสนิยมและเงินในกระเป๋า เราจะได้แปรงฟันล้างหน้าริมหน้าผาท่ามกลางขุนเขากันที่นี่ อากาศดีมากกกกกกกกกกก มันจะมีก๊อกอยู่อันนึงหาไม่ยากหรอก ใกล้ๆ ร้านขายของชำ สดชื่นแล้วก็เดินเล่น เดินไปใกล้ๆ ตัวด่าน เราจะพบห้องน้ำอยู่ทางขวา (เสียเงินด้วย คนเก็บตังค์ดุมาก) นั่นแปลว่าจริงๆ แล้วเราไม่ต้องไปยืนต่อคิวให้คนเวียดนามแซงก็แปรงฟันได้ (เจ็บใจมาก)
เมื่อด่านเปิดเราก็กระเตงหนังสือเดินทางตราพญาครุฑของเราเข้าไปในด่าน ไม่ต้องเสียเวลายื้อแย่งแซงคิวกับคนรถชาวเวียดนามเหล่านั้นหรอก.. เพราะคุณจะไม่มีทางชนะ พวกเขาจะเขาปิดล้อมหน้าเคาน์เตอร์ไว้ด้วยร่างเล็กแกร็นและเหม็นอับของพวกเขา พร้อมกันนั้นจะเอามือกอดคอสหายร่วมสัมมาชีพของเขาไว้จนเป็นเสมือนกำแพงมนุษย์ ทิ้งฝรั่งและเอเชียหัวดำไว้ด้านหลัง ระหว่างนี้แนะนำให้ socialize กันเอง รอจนหนังสือเดินทางสีเขียวที่มัดยางเป็นตั้งๆ หลายเข่งเหล่านั้นเสร็จก่อน ด่านก็จะเป็นของเรา เราชาวต่างด้าวเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนเดินออกจากด่านไปทีละคนอย่างสงบ
แอร๊ยยยยยยยยยยยยย กู racist อะะ!! เอาเหอะ อย่าแหกอกดิฉันก็แล้วกันนะคะ มันเป็นงั้นจริงๆ ปล.อย่าเพิ่งแลกเงินด่องตรงนี้
ในส่วนของเวียดนาม.. ระหว่างตม.ลาวและตม.เวียดนามเราจำต้องเดินเท้า ระยะทางประมาณ 1 กม. (จริงๆ ค่ะ ไม่ได้พูดเล่น) แต่เดินไปไม่เหนื่อยเลย อากาศเช้าดีมาก ทิวทัศน์ก็งามมาก แปปเดียวก็ถึงด่านเวียดนาม (ระหว่างทางมันจะมีอาคารร้างอันนึง อย่าไปเข้าอันนั้นนะ 555555555555)
พอถึงด่านเวียดนามเราไม่ต้องยื้อแย่งอีกแล้ว เพราะพวกเขาได้ล่วงหน้าไปแย่งกันเองก่อนเราแล้ว ตอนที่เราไปถึงเขาคงทำธุระเสร็จพอดี เราก็ต่อคิวกันเช่นเดิม เสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ก่อนได้กลับขึ้นรถคันเดิมที่เราทิ้งสัมภาระเอาไว้ด้านบนอีกครั้ง และออกเดินทางสู่ฮานอย คริ
อ้อ ก่อนออกเดินทางอย่าลืมแลกเงินด่องนะคะ แลกตรงนี้ได้อัตราดีทีเดียว เป็นตู้ให้แลกมีคนนั่งข้างในตามมาตรฐานสากลค่ะ (จริงๆ ก็แอบน่ากลัวอยู่นะ)
นิทราชาคริตมาจนในที่สุดก็ถึงฮานอย (เยสสสสสสส!) รถจอดที่สถานีขนส่งย่านชานเมืองของเขาเวลาสองทุ่ม (เลยเวลา แอดดดๆๆ) พี่ที่ใจดีในพันทิปคนนึงบอกว่าเดินออกจากสถานีไปทางซ้ายจะเจอป้ายรถเมล์ ขึ้นสายแปดไปฮว่านเกี๋ยมได้ เราก็เดิน..
หนึ่งกิโลเมตรได้ละมั้ง ไม่เจอเหี้ยอะไรเลย ใจเสียมากค่ะ เลยตัดสินใจถามทาง.. ถามใครดีวะ ใครจะพูดภาษาอังกฤษได้? เฉลย.. นักเรียนไงคะ ถามทางต้องถามเด็กวัยกำลังเรียน! แล้วก็เป็นตามคาด พูดภาษาอังกฤษได้ (นิดหน่อย) จริงๆ บ้าใบ้กันแปปนึงน้องเขาก็พาเดินไปป้ายรถเมล์ข้างหน้า (เขาผ่านพอดี) ต้องขอขอบคุณน้องชะนีสองนางนี้นะคะ กดบีบีตลอดเวลา น่ารักมาก :)
รอสักพักสายแปดก็มา เราขึ้นรถไม่พูดอะไรเลยนอกจาก "ฮว่านเกี๋ยม" กระเป๋าก็เข้าใจด้วยแฮะ ตลกดี ราคาคนละ 3,000 ด่องเอง ถูกเหี้ยๆ ข่าวดียิ่งกว่านั้นคือ หลังจากเราขึ้นรถ ป้ายถัดไปที่มันจอดคือ.. ..หน้าสถานีขนส่ง
ไม่ต้องเดินก็ได้นะคะทุกคน (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!)
อย่างไรเสียก็ยังคงต้องขอบคุณพี่คนนั้นในพันทิปนะคะ ถึงจะต้องเดินไกลจนสติหลุดในชานเมืองฮานอยมืดๆ ก็ยังดีกว่าต้องนั่งแท็กซี่ราคาแพงให้มันขับวนเล่นค่ะ แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เรารู้แล้วนี่ว่าขึ้นหน้าขนส่งได้เลย ฝากบอกต่อกันด้วยนะคะ 555555
นั่งไปประมาณ 20 - 30 นาทีตามสภาพการจราจรจนเจอทะเลสาปทางซ้ายมือ กดกริ่งลงทันทีค่ะ อันนั้นแหละฮว่านเกี๋ยม อย่านั่งเลยป้าย เพราะดิฉันทำมาแล้ว 5555555555 เหี้ยมาก นึกว่าไม่ใช่ ดูไม่ใหญ่เลย ไม่สมกับเป็นฮว่านเกี๋ยม (ตอนนี้มานั่งสงสัยว่าแล้วแม่งต้องใหญ่แค่ไหนวะมึงถึงจะเชื่อ? ฮา) เป็นไงล่ะ ต้องนั่งสายแปดกลับมาอีกรอบ ตลกมาก
โรงแรมที่พักส่วนมากอยู่ทางด้านบนทะเลสาปค่ะ (Old quarter) เดินไปได้ไม่ไกล ไม่ต้องนั่งรถให้แพง ไม่ต้องจองก็ได้ค่ะโรงแรม เดินหาเลย เราก็ทำงั้น จะได้ต่อราคาและดูสภาพห้องจริงด้วย มีให้เลือกเยอะมาก
เอาล่ะ มาถึงตรงนี้ทุกคนคงพอคลำทางต่อได้แล้วนะคะ ที่อยากจะบอกเกี่ยวกับฮานอยและเวียดนามเล็กน้อยๆ เผื่อจะเป็นประโยชน์หรืออยากทราบก็ได้แก่
ขอให้สนุกกับเวียดนามค่ะ จบ. TIP OF THE DI >>> Pho ภาษาเวียดนามอ่านว่า เฝอ ไม่ใช่โพ |
|
Copyright [c] 2005-2008 All Right Reserved gulife.com
Condo rent Bangkok |
รับทำ SEO |
เว็บสำเร็จรูป | Property Bangkok |
web hosting | บทความ | เทคนิค| ท่องเที่ยวเชียงราย | ที่พักเชียงราย | เชียงราย
สร้างเว็บไซต์ , สร้างเว็บ